เมื่อต้องวางแผนเดินท่อระบบ ปรับปรุงอาคาร หรือต่อเติมโครงสร้าง สิ่งที่ผู้รับเหมาและเจ้าของบ้านมักจะตั้งคำถามเป็นอันดับต้น ๆ คือ ราคาของงานคิดอย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องของงานคอริ่ง ทำไมแต่ละหน้างานถึงได้รับใบเสนอราคาที่ไม่เท่ากัน ทั้งที่ดูผิวเผินเป็นการเจาะรูบนคอนกรีตเหมือนกัน
ในความเป็นจริงงานคอริ่งคอนกรีตเป็นงานเทคนิคเฉพาะทางที่ต้องใช้ความชำนาญของทีมช่าง ควบคู่ไปกับเครื่องมือหัวเจาะเพชรประสิทธิภาพสูง ผู้รับเหมามืออาชีพจึงไม่สามารถตั้งราคาตายตัวแบบราคาเดียวใช้ได้กับทุกงาน เนื่องจากโครงสร้างอาคาร ความหนาของปูน และข้อจำกัดในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การทำความเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อค่าบริการ จะช่วยให้ผู้ว่าจ้างสามารถประเมินงบประมาณได้อย่างแม่นยำ และเลือกผู้ให้บริการที่คุ้มค่าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหางบประมาณบานปลายในภายหลัง
5 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าบริการงานคอริ่ง
การประเมินราคาค่าบริการงานคอริ่งส่วนใหญ่ จะถูกคำนวณตามหลักความยากง่ายในการปฏิบัติงานและการใช้วัสดุอุปกรณ์สิ้นเปลือง ซึ่งมี 5 ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการปรับขึ้นลงของราคาดังนี้
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรูเจาะ: กระบอกเจาะเพชรที่ใช้ในงานคอริ่งมีขนาดให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รูขนาดเล็กสำหรับร้อยสายไฟ ท่อแอร์ ไปจนถึงรูขนาดใหญ่สำหรับท่อระบายน้ำหรือท่อส้วม ยิ่งรูเจาะมีขนาดกว้างมากเท่าไหร่ ช่างก็ต้องใช้เครื่องเจาะที่มีกำลังวัตต์สูงขึ้น รวมถึงฟันเพชรของกระบอกเจาะจะเกิดการสึกหรอมากกว่าปกติ
- ความลึกและความหนาของชั้นคอนกรีต: โครงสร้างปูนที่มีความหนามาก เช่น คานรับน้ำหนัก ฐานรากโรงงาน หรือผนังคอนกรีตหนาพิเศษ ย่อมต้องใช้ระยะเวลาในการเจาะนานขึ้น และบางหน้างานอาจต้องใช้ข้อต่อกระบอกเจาะพิเศษเพื่อเพิ่มความลึกในการเจาะให้ทะลุโครงสร้าง ปัจจัยนี้จึงถูกนำมาคิดคำนวณตามความลึกจริงเป็นเซนติเมตรหรือเป็นนิ้ว
- ทิศทางและตำแหน่งในการเจาะ: การเจาะพื้นในแนวราบถือเป็นหน้างานมาตรฐานที่ทำงานได้สะดวกที่สุด แต่หากเปลี่ยนเป็นงานเจาะผนังในแนวตั้ง หรือเทคนิคขั้นสูงอย่างการเจาะคอริ่งกลับหัว (เจาะจากใต้เพดานขึ้นไปด้านบน) ทีมช่างต้องใช้เครื่องมือยึดแท่นเจาะที่แน่นหนาเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยและป้องกันเครื่องมือร่วงหล่น ความยากในส่วนนี้จึงทำให้ค่าบริการแตกต่างกันออกไป
- ปริมาณและจำนวนจุดทั้งหมดในหน้างาน: งานคอริ่งคอนกรีตมีต้นทุนคงที่ในการเดินทางและการขนย้ายอุปกรณ์ขนาดใหญ่เข้าพื้นที่ หากผู้ว่าจ้างมีจำนวนจุดที่ต้องการเจาะเป็นจำนวนมากในไซต์งานเดียวกัน ต้นทุนเฉลี่ยต่อรูจะต่ำลงเมื่อเทียบกับการจ้างช่างเข้าหน้างานเพื่อเจาะเพียง 1 หรือ 2 จุด
- ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคและพื้นที่หน้างาน: การเจาะคอริ่งส่วนใหญ่เป็นระบบเปียกที่จำเป็นต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงเพื่อลดฝุ่นและระบายความร้อน รวมถึงต้องใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ หากหน้างานไม่มีระบบน้ำและไฟฟ้าเตรียมไว้ให้ ช่างอาจต้องนำเครื่องปั่นไฟหรือถังสำรองน้ำเข้าไปเอง นอกจากนี้หากเป็นพื้นที่แคบหรือพื้นที่สูงที่ต้องตั้งนั่งร้าน ก็จะมีผลต่อต้นทุนการจัดการหน้างานเช่นกัน
เจาะลึกระดับความยากของหน้างานคอริ่งที่ส่งผลต่อค่าบริการ

เพื่อให้เข้าใจภาพรวมในการประเมินงบประมาณได้ง่ายขึ้น สามารถจำแนกลักษณะของหน้างานออกตามระดับความยากซับซ้อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อแนวโน้มการปรับขึ้นลงของค่าบริการงานคอริ่ง ดังนี้
- งานเจาะพื้นแนวราบ (ขนาดท่อทั่วไป) ระดับเริ่มต้น: ถือเป็นลักษณะงานมาตรฐานที่ทำได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด ค่าบริการจึงเป็นไปตามเกณฑ์ปกติของขนาดรูเจาะที่กำหนดไว้ ไม่มีการบวกราคาเพิ่มในส่วนของความยากหน้างาน
- งานเจาะผนัง หรือเจาะคานคอนกรีต ระดับปานกลาง: ราคามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากเกณฑ์มาตรฐาน เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องมิติการทำงาน ทีมช่างต้องใช้เวลาและความแม่นยำในการติดตั้ง รวมถึงการยึดแท่นเครื่องกับผนังในแนวตั้งให้มั่นคงก่อนเริ่มทำการเจาะ
- งานคอริ่งกลับหัว (เจาะทะลุขึ้นเพดาน) ระดับสูง: ค่าบริการจะปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นเทคนิคเฉพาะทางที่ต้องใช้ความชำนาญสูง ช่างต้องเซ็ตระบบความปลอดภัยและระบบรองรับแรงกดของเครื่องมือที่แน่นหนา เพื่อป้องกันอันตรายและเศษคอนกรีตหรือน้ำหล่อเลี้ยงร่วงหล่นลงมาด้านล่าง
- คอนกรีตหนาพิเศษ หรือมีเหล็กเส้นหนาแน่น ระดับสูง: ส่งผลให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง เพราะหัวเจาะเพชรต้องค่อย ๆ ตัดผ่านชั้นเหล็กเสริมหนา ซึ่งส่งผลให้เกิดความร้อนสูงและทำให้อัตราการสึกหรอของกระบอกเจาะเพชรสูงกว่าปกติ
- หน้างานไม่มีระบบน้ำและไฟฟ้าหลักรองรับ ระดับปานกลาง: ลักษณะนี้อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของการบริหารจัดการหน้างาน เช่น การจัดเตรียมเครื่องปั่นไฟแรงสูง หรือถังน้ำสำรองสำหรับหล่อเลี้ยงหัวเจาะเข้าพื้นที่ เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ
นอกจากระดับความยากของหน้างานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ว่าจ้างควรรู้คือ งานคอริ่งคอนกรีต ส่วนใหญ่จะมีระบบ ค่าบริการขั้นต่ำ (Minimum Charge) สำหรับกรณีที่หน้างานมีจำนวนจุดเจาะน้อย เช่น เจาะเพียง 1-2 จุด เนื่องจากผู้ให้บริการมีต้นทุนคงที่ในการเดินทาง ค่าแรงทีมช่าง และการขนย้ายอุปกรณ์แรงสูงเข้าพื้นที่ การรวบรวมจุดที่ต้องการเจาะให้พร้อมในรอบเดียวจึงเป็นวิธีที่คุ้มค่าและประหยัดที่สุด
ทำไมการเลือกงานคอริ่งที่ได้มาตรฐาน ถึงคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ในการตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ หลายคนมักมองหาเจ้าที่เสนอราคาถูกที่สุดเป็นหลัก แต่สำหรับงานวิศวกรรมโครงสร้างและการต่อเติมอาคาร การเลือกใช้บริการงานคอริ่งที่ได้มาตรฐานและมีความเป็นมืออาชีพ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและปลอดภัยสูงสุดในระยะยาว หากเลือกใช้ช่างที่ขาดประสบการณ์หรือเครื่องมือไม่มีคุณภาพ ความเสี่ยงที่ตามมาอาจสร้างความเสียหายที่มีมูลค่าสูงกว่าค่าบริการเจาะหลายเท่าตัว ดังนี้
- ความเสียหายต่อโครงสร้างหลัก: การเจาะโดยไม่มีการคำนวณหรือขาดเครื่องมือตรวจสอบ อาจทำให้กระบอกเจาะไปตัดโดนเหล็กเส้นหลักที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักของอาคาร ซึ่งอาจส่งผลให้โครงสร้างทรุดตัวหรือเกิดรอยร้าวรุนแรง ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน งานคอริ่งคอนกรีต จะมีระบบสแกนคอมพิวเตอร์เพื่อหาตำแหน่งเหล็กเส้นและท่อระบบก่อนลงมือเจาะเสมอ
- ปัญหาระบบภายในชำรุด: ใต้พื้นหรือผนังคอนกรีตมักมีท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง หรือท่อร้อยสายไฟฝังอยู่ การเจาะผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดน้ำรั่วซึมหรือไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งการสกัดซ่อมแซมภายหลังระบบปิดผิวไปแล้วนั้นทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงมาก
- การจัดการหน้างานที่ไม่ได้มาตรฐาน: เนื่องจากงานคอริ่งระบบเปียกต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงตลอดเวลา ทีมช่างที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพมักปล่อยให้น้ำปูนไหลเลอะเทอะ จนซึมลงไปทำลายฝ้าเพดานหรือทรัพย์สินของชั้นล่างเสียหาย แต่ทีมช่างที่ได้มาตรฐานจะมีอุปกรณ์ครอบและเครื่องดูดน้ำปูนหน้างานทันที ทำให้พื้นที่สะอาดและปลอดภัย
การเลือกผู้ให้บริการที่เพียบพร้อมทั้งเครื่องมือที่ทันสมัยและทีมช่างที่ชำนาญการ จึงช่วยการันตีได้ว่างานจะเสร็จตรงเวลา ได้รูเจาะที่เนี้ยบตรงตามแบบ และไม่ต้องเผชิญกับปัญหางบประมาณบานปลายจากการตามซ่อมแซมโครงสร้างในภายหลัง
สรุป
ค่าบริการของงานคอริ่ง ไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขตายตัวล่วงหน้าได้ทันที เนื่องจากมีปัจจัยแวดล้อมหลายประการที่ต้องนำมาร่วมพิจารณา ตั้งแต่ขนาดและจำนวนของรูเจาะ ความหนาของชั้นปูน ไปจนถึงข้อจำกัดด้านความยากง่ายและความปลอดภัยของพื้นที่หน้างาน การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ว่าจ้างสามารถเตรียมความพร้อมของหน้างานเบื้องต้นเพื่อลดต้นทุนแอบแฝง และสามารถประเมินความคุ้มค่าได้อย่างสมเหตุสมผล
หากต้องการทราบงบประมาณที่แน่นอนและแม่นยำที่สุด วิธีที่ดีที่สุดคือการปรึกษาและให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินจากข้อมูลจริง สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินระบบหรือต่อเติมอาคาร สามารถส่งรายละเอียด รูปถ่ายสภาพหน้างาน หรือแบบแปลนโครงสร้างมาให้ทีมงาน KN Progress ช่วยประเมินราคา งานคอริ่งคอนกรีต เบื้องต้นได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ได้งานที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัยต่อโครงสร้างหลัก และจบงานได้ตรงเวลาอย่างมืออาชีพ


